บทความ

2016-09-22
messageImage_1474517743565

Facebook คำนวณการเยี่ยมชมหน้าร้านได้อย่างไร?

ยังมีหลายท่านสงสัยว่า Facebook คำนวณการเยี่ยมชมหน้าร้านได้อย่างไร? ทราบหรือยังว่าตอนนี้ดัชนีชี้วัดโฆษณา Facebook สามารถคำนวณการเยี่ยมชมหน้าร้านได้แล้ว? 「การเยี่ยมชมหน้าร้าน」จะถูกคำนวณหลังจากเข้าชมหรือคลิกโฆษณา โดยจะคำนวณแบบไม่นับผู้ใช้งานที่มีประวัติการเยี่ยมชมซ้ำ โดยข้อมูลดังกล่าวจะสรุปการเยี่ยมชมหน้าร้านหลังจากผ่านไป 7 วัน และหลังจากผ่านไป 28 วันจะสรุปยอดการคลิกโฆษณาเข้าสู่หน้าร้านตามค่าตั้งต้นที่ได้กำหนดเอาไว้  แต่ว่า Facebook จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้คนเหล่านี้ ในท้ายที่สุดแล้วได้เข้าสู่หน้าร้านจริงหรือไม่ ? อธิบายง่ายๆ ก็คือ ระบบคำนวณการเยี่ยมชมหน้าร้านทำงานอย่างไร? การเยี่ยมชมหน้าร้านเป็นค่าประมาณการเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานของธุรกิจคุณ จากผู้คนที่แสดงความสนใจ หรือคลิกโฆษณาของคุณ ตามค่าตั้งต้น รายงานการเข้าชมร้านจะแสดงจำนวนการเข้าชมของคนที่ให้ความสนใจในโฆษณาของคุณใน 7 วันที่ผ่านมา หรือคลิกบนโฆษณาของคุณภายใน 28 วัน จะมีการรายงานจำนวนการเข้าชมร้านแบบเรียลไทม์ โดยอิงจากข้อมูลของคนที่เปิดใช้งานบริการค้นหาตำแหน่งบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ จำนวนการเข้าขมร้านเป็นเกณฑ์ชี้วัดโดยประมาณที่ใช้: แผนที่ซึ่งมีขอบเขตของที่ตั้งของธุรกิจ ข้อมูลจากผู้ที่เปิดใช้งานบริการตำแหน่งที่ตั้งในมือถือของตน โพลล์ในแอพFacebookที่ถามตัวอย่างผู้เยี่ยมชมร้านค้าว่าพวกเขาเคยไปที่ร้านคุณหรือไม่ สิ่งที่ต้องจำ จำนวนการเข้าชมร้านค้าโดยประมาณจะแม่นยำมากกว่าในขอบเขตที่กว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์จากจำนวนการเช้าชมกว่า 100 ครั้งต่อร้าน หรือโฆษณาที่มีแนวโน้มแม่นยำกว่าเมื่อมีจำนวนการเข้าชมน้อยกว่า 100 ครั้งต่อร้าน หรือต่อโฆษณา ที่มา: Facebook Business
2016-09-20
增加誘因

กลยุทธการโปรโมทสินค้าแบบไดนามิก (Dynamic Product Ads)

วันนี้มีเกร็ดความรู้ในการใช้เครื่องมือทำโฆษณา Facebook แบบใหม่ ซึ่งก็คือ Dynamic Product Ads (DPA) เป็นเครื่องมือการทำโฆษณาออนไลน์แบบใกล้ชิด ตามติดลูกค้า สำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้สินค้าในเว็บไซต์ของตนเองผ่าน Facebook อะไรคือการโปรโมทสินค้าแบบไดนามิก (Dynamic Product Ads)? กล่าวโดยง่ายก็คือ โฆษณาแบบไดนามิกส่วนใหญ่มักมีที่มาที่ไปเหมือนเรื่องที่กำลังจะเล่านี้ : สุดาต้องการซื้อเคส iPhone6s จึงดำเนินการเข้าไปสั่งซื้อออนไลน์ หลังจากเข้าไปเลือกดูได้สักพัก ก็ถูกใจเคสสีน้ำเงิน ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุดา:「ฮัลโหล?」 วินัย:「วันนี้นัดกันบ่ายสามโมงที่โรงหนังไม่ใช่เหรอ ทำไมป่านนี้ยังไม่ออกจากบ้านอีก!」 สุดา:「อะไรกัน นี่กำลังไปแล้ว รอหน่อยๆ!」 สุดารู้ตัวดีว่าได้พูดโกหกไป ทันใดนั้นก็รีบเดินทางไปยังสถานที่นัดพบอย่างรวดเร็ว เมื่อดูหนังจบ สุดาก็ได้ลืมเรื่องเคสมือถือสีน้ำเงินไปแล้ว แต่ว่าร้านค้าออนไลน์ได้ตั้งค่าโฆษณาแบบไดนามิกเอาไว้ แล้วใช้กลยุทธในการเสนอขายซ้ำให้กับเป้าหมายเดิม (Retargeting) ดังนั้นหลังจากสุดาดูหนังจบ เมื่อสไลด์เปิดหน้าจอและเข้าสู่ Facebook และเคสโทรศัพท์มือถือสีน้ำเงินยังขายออกไปไม่หมด โดยฟังก์ชั่นที่ตั้งค่าไว้ในโฆษณาแบบไดนามิกบน Facebook ก็จะเตือนสุดาอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการในการซื้อสินค้าอีกครั้ง โฆษณาแบบไดนามิก (Dynamic […]
2016-09-12
14106267_1764585633795341_1114015339_n

สะกดความสนใจของทุกคน ด้วย Facebook Offers ที่ดียิ่งขึ้น

ใครๆ ต่างก็ชอบข้อเสนอที่ถูกใจ นักโฆษณาต่างก็พยายามหากลยุทธในการดึงดูดความสนใจ ไม่ว่าจะด้วยส่วนลดหรือโปรโมชั่นต่างๆ และแน่นอน ทุกคนต่างก็ต้องการข้อเสนอที่เเลกเปลี่ยนได้ง่าย และสะดวกในทุกที่ทุกเวลา นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ว่าทำไม  Facebook จึงได้ทำการออกแบบระบบ Offers ใหม่อีกครั้ง เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น และง่ายสำหรับผู้ใช้งานผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ณ บัดนี้ นักโฆษณาสามารถแบ่งปันส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ ในสถานที่ที่ผู้คนใช้เป็นหลักในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มหรือโทรศัพท์มือถือ กล่าวโดยง่ายก็คือ นักโฆษณาสามารถตัดสินใจได้ว่าจะปล่อยให้ Offers ของพวกเขาทำงานยาวนานเพียงใด ใครบ้างที่เป็นผู้เห็นข้อเสนอดังกล่าว ตราบจนกระทั่งสถานที่ที่พวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนได้ ฯลฯ แน่นอนว่าวุตถุประสงค์หลักก็คือ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น บนทุกๆ อุปกรณ์ การโฆษณาและนำเสนอ Offers ที่ง่ายดายยิ่งขึ้นสำหรับทุกธุรกิจ Facebook Offers ช่วยให้นักโฆษณาทำงานได้ง่ายขึ้น สามารถแชร์ส่วนลดหรือโปรโมชั่นดีๆ ของพวกเขา ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Offers ได้ 2 รูปแบบง่ายๆ ก็คือ online และ in-store จากนั้นก็สามารถแชร์ Offers […]
2016-09-06
Blonde Caucasian businesswoman hailing a cab.

เคล็ดลับการใช้ Lead Ads เพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่มีคุณภาพ

ธุรกิจทุกประเภทกำลังเก็บข้อมูลลูกค้าที่มีคุณภาพสูงด้วยการใช้แคมเปญโฆษณาสร้างลูกค้าผ่าน Lead Ads บน Facebook เนื่องจากฟอร์มของ Lead Ads จะมีการกรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดยข้อมูลการติดต่อต่างๆ เช่น ที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์จะกรอกไว้ก่อนแล้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถสมัครรับข้อมูลจากธุรกิจได้ง่ายๆ แม้กระทั่งบนมือถือ ซึ่งที่ผ่านมาการกรอกฟอร์มเคยเป็นเรื่องยุ่งยากและน่าเบื่อ ธุรกิจทั้งหมดที่มีโปรแกรมการเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการใช้โฆษณาแบบ Lead Ads นี้ แต่เราเห็นว่ามีบางอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์มากเป็นพิเศษจากโฆษณารูปแบบนี้ การใช้โฆษณาแบบ Lead Ads เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับสถาบันการศึกษาในการเก็บข้อมูลนักเรียนซึ่งมีความสนใจในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบัน ทั้งแบบออนไลน์และการเข้าเรียนในห้อง บริษัทยานยนต์ใช้ Lead Ads เพื่อหาผู้คนที่ต้องการทดลองขับรถยนต์ และสถาบันทางการเงินใช้ Lead Ads เพื่อรับข้อมูลจากผู้ใช้ที่สนใจการสมัครบัตรเครดิตหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการใด Lead Ads สามารถช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ที่สนใจรับข่าวสารจากธุรกิจของคุณ ในการเริ่มต้นแคมเปญ Lead Ads หรือพัฒนาแคมเปญที่มีอยู่เดิม ลองอ่านเคล็ดลับที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการใช้ Lead Ads ที่มา: Facebook Business
2016-09-02
Waze-feat-1200x453-1024x386

Google ท้าชน Uber ขอเพียงใจรัก ใครๆ ก็ขับได้?

ต้นทุนต่ำ บริการด้วยใจ เราไปด้วยกัน ไม่นานมานี้ ที่เมืองซานฟรานซิสโก Google ได้นำเสนอบริการ ขนส่งมวลชนไปโดยสารร่วมกันในราคาต้นทุนต่ำ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บริการรูปแบบใหม่ล่าสุดนี้ มีชื่อว่า 『Waze』โดยได้มีการทดลองใช้งานมาตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2016 และคาดว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้จะสามารถให้บริการกับชาวเมือง ซานฟรานซิสโก ได้อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ โดยพร้อมชูธงรบเข้าร่วมแข่งขันทางการตลาดกับคู่แข่งอย่าง Uber และ Lyft อย่างเป็นทางการ รายงานเส้นทางและสภาพการจราจรผ่านการเชื่อมต่อกับ Google Map เดิมทีนั้น『Waze』เป็นแพลทฟอร์มรายงานสภาพการจราจร ผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการจราจรในพื้นที่ต่างๆ เข้าไปในระบบ จากนั้นระบบจะประมวลผลออกมาเป็นรายงานอัพเดทสภาพการจราจร ต่อมาในปี ค.ศ.2013 Google ได้เข้าซื้อเพื่อควบรวมกิจการ โดยผสานข้อมูลสำคัญจาก Google Map ทำให้การบริการเป็นไปในแบบเรียลไทม์มากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยบริการที่ต้นทุนต่ำ ในส่วนของจุดเด่นที่สำคัญก็คือ 『Waze』ได้นำเสนอบริการที่มีต้นทุนต่ำ หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งในปัจจุบันแบบหมัดต่อหมัดแล้ว จะพบว่ามีราคาถูกกว่ามากๆ กล่าวโดยคร่าวๆ ก็คือ ค่าบริการต่อไมล์จะอยู่ที่ 0.54USD โดยประมาณ หรือเทียบแล้วก็จะอยู่ที่ราวๆ 16-20 […]